บูอิค เตรียมเผยชมรถสปอร์ตแฮชแบ็ครุ่นแรก

5

ทางด้านบูอิค มีการเผยแผนในการเปิดตัวรถสปอร์ตแฮชแบคของค่ายที่มีการพัฒนาและจะได้เจอกันไม่เกินปี 2025 อย่างแน่นอนเลยค่ะ และได้มีการเปิดเผยแผนในการพัฒนารถสปอร์ต #รุ่นใหม่เป็นรถรุ่นแรกของแบรนด์ที่จะมาพร้อมกับสมรรถนะในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมมากๆกับเรื่องเครื่องยนต์และระบบต่างๆซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการในปี2025 ค่ะ

ถึงแม้ว่ารถยนต์ของค่ายนี้จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากที่ตัวถังเป็นแบบซีดานและเอสยูวีทำตลาดอยู่ในปัจจุบันแต่น่าแปลกที่เบอร์นี้ยังไม่มีรถที่เป็นตัวทั้งแบบแฮชแบ็คแม้แต่รุ่นเดียวเลยค่ะ สำหรับว่าที่ของแฮชแบ็คเป็นเรื่องแรกของค่ายที่ทำกันมานานแล้วอย่างรู้หน้าที่ทำตลาดอย่างเป็นทางการคาดว่า

จะเป็นคู่แข่งตัวร้ายของตลาด Volkswagen กอล์ฟแน่นอนเลยค่ะ และระดับเซกเมนต์กับระดับการทำตลาดน้าดับเดียวกันถึงแม้ว่าบูอิคจะมาพร้อมกับความหรูหราแต่ว่าตามแบบฉบับของแบรนด์อย่างไรก็ต้องรอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะคะ

ชมภาพเลนส์เด้อ BMW เอ็ม ไฮเปอร์คาร์

5

และสามารถชมภาพการออกแบบรถไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุดของ BMW ของ 40,000 นักออกแบบอิสระที่จะเลือกการใช้รถต้นแบบอย่างแอสตันมาร์ตินวาคัลลี่ ที่ได้มีการออกตัวครั้งแรกสดๆร้อนร้อนที่งานเจนีวามอเตอร์โชว์ปี 2017 ที่ผ่านมา เรียกแต่ว่าช่วงนี้ค่ารถไม่ว่ายักษ์ใหญ่รวมไปถึงค่ารถพรีเมี่ยมได้หันมาสนใจการพัฒนารถสมรรถนะสูง

และรถไฮเปอร์คาร์มากขึ้นด้วย ทางด้าน BMW ได้มีการเผยแผนการพัฒนารถให้เปิดค่ะซึ่งเป็นรถของเค้าเองแต่ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะมีการออกแบบวันนี้มีการออกแบบทางด้านศิลปินอิสระที่ได้ใช้ concept คาของแอสตันมาร์ตินวาคัลลี่มาเป็นต้นแบบในการตัดต่อเพื่อเสริมความหล่อตามสไตล์ของ BMW ให้มีการลงตัว ซึ่งรวมไปถึงการเรนเดอร์ที่ค่อนข้างสวยงาม

และดูลงตัวถ้าหากมีการพัฒนาขึ้นมาจริงๆอาจจะแตกต่างไปจากรถในภาพที่ยังขาดเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ BMW ถึงนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สามารถสร้างกระแสให้กับปีเอ็มกับมันอยู่ได้ไม่มากก็น้อยค่ะ

จับตากับถุงลมทาคาตะเผยค่ายรถอาจจะรู้จักความบกพร่องแต่เพิกเฉย

5

และก่อนหน้านี้ทางด้านศูนย์กลางวิกฤตของถุงลมนิรภัยจะอยู่ที่ทาคาตะ ที่เป็นบริษัทซัพพลายเออร์ผู้ผลิตถุงลมต้นเหตุซึ่งจะทำให้เกิดการเรียกคืนรถหลาย 10,000,000 คันตลอดปีที่ผ่านมา แต่ว่าทางด้านอัยการผู้ฟ้องร้องคดีที่สหรัฐอเมริกาก็ได้ออกมาชี้ว่า ฟอร์ด BMW ฮอนด้า นิสสันและโตโยต้าไม่ได้เป็นผู้บริสุทธิ์ในคดีนี้ และจำเลยนั้นเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์

ซึ่งก็ทราบดีว่าถุงลมนิรภัยได้เกิดการระเบิดหลายครั้งในระหว่างการทดสอบและการใช้งานจริงและมีการยืนยันว่าถุงลมนิรภัยของทาคาตะบกพร่องและมีอันตรายด้วย โจทก์ได้ระบุการฟ้องร้องคดีด้วยว่าเอกสารเวียนภายในองค์กรทำให้เกิดการสงสัยว่าบริษัทรถยนต์ได้ตระหนักถึงข้อบกพร่องแต่ก็เพิกเฉยที่จะแก้ไขจากความกังวลทางด้านต้นทุน

ทาคาตะออกมายอมรับว่าจถูกปรับเงินถึง 1,000,000,000 เหรียญสารัทธ์ล่าสุดให้การรับสารภาพถึงข้อหาฉ้อโกงจากกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ เพราะว่าทาคาตะทำการปกปิดข้อมูลปัญหาสุดท้ายก่อนลุกลามจนบานปลาย ฮอนด้าเป็นบริษัทรถยนต์รายแรกการประกาศเรียกคืนถุงลมในปี 2008 กับเวลาที่จำกัดการเรียกแอคคอร์ดกับซีวิคเพียงไม่กี่ 1000 คันสุดท้ายเรียกคืนกว่า 30 ล้านคันทั่วโลกเลยค่ะ